"ราชทัณฑ์" หรือที่เราเรียกว่า "เรือนจำ"
ไม่ว่าใครๆ ก็กลัวสถานที่แห่งนี้ แต่บางครั้งก็ไม่เข้าใจว่าถ้าทุกคนกลัวที่จะเข้าไปอยู่
แล้วทำไม ?? ยังคงทำบาปกันนะ

 
 
"พิพิธภัณฑ์ราชทัณฑ์" อีกสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองกรุงเทพ
ที่แปลงโฉมจากเรือนจำมาเป็นพิพิธภัณฑ์ ซึ่งได้เปิดทำการครั้งแรก ปี 2542
 
 
เมื่อเดินเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าจะมาชมพิพิธภัณฑ์เจ้าหน้าที่จะพาเราไปชมที่
 
 
"อาคารแดน 9" เป็นเรือนนอนผู้ต้องขังในอดีต
ซึ่งคงสภาพเดิมไว้เพื่อให้เห็นถึงสภาพการใช้ชีวิตประจำวันของผู้ต้องขัง
ลักษณะการก่อสร้างตัวอาคารได้แบบอยากจากทางตะวันตกมาใช้
และปัจจุบันได้แสดงการลงโทษในรูปแบบต่างๆ ในสมัยอดีต
 
 
"อาคารศาลอาญา" 
เมื่อเข้าไปในอาคารจะต้องเปลี่ยนรองเท้า ซึ่งห้องด้านล่างมีแสดงเกี่ยวกับเครื่องพันธนาการ
เครื่องมือลงฑัณฑ์สมัยโบราณ นอกจากนี้ยังมีแผนผังจำลองของ
เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร (๒๔๓๓) ในสมัยอดีต และปัจจุบันที่เปลี่ยนมาเป็นพิพิธภัณฑ์
แล้วยังมีโครงกระดูของลุงโถ ที่อุทิศร่างให้กับเรือนจำเพื่อเตือนสติอีกด้วย
โซ่ตรวจแบบต่างๆ ที่เอามาใช้กับผู้ต้องขัง ภาพเจ้าหน้าที่ที่เสียชีวิตขณะที่ผู้ต้องขังแหกคุก
ก่อนขึ้นบันไดก็จะเห็นกลองขนาดใหญ่ยักษ์ 1 ใบ เพื่อใช้ตีบอกเวลา
ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่าอีกนัยหนุ่งคือ ให้ผู้ต้องขังรู้ว่า "เรายังดูพวกคุณอยู่นะ"
 
 
ห้องด้านบน จะมี 3 ห้อง ซึ่งเดินขึ้นบันไดไปจะพบกับปืนลูกซองคู่ กับขันทำน้ำมนต์ขนาดใหญ่ยักษ์
ห้องแรกจะแสดงเกี่ยวกับการประหารชีวิตแบบโบราณ ที่เรียกว่า กุดหัว มีศาลเพียงตา
อาหารมื้อสุดท้ายของนักโทษ ดาบทั้งหลายที่ใช้ในการประหาร
และภาพ "นายเหรียญ" เพชฌฆาตดาบอีกด้วย
 
 
ห้องถัดมาจะแสดงเกี่ยวกับการประหารชีวิตโดยการยิงเป้า ปืนแบบต่างๆ ที่ใช้ในการประหาร
อุปกรณ์หลบหนีที่เหล่านักโทษทำขึ้น อุปกรณ์เสพยา 
 
 
ห้องสุดท้ายจะแสดงเกี่ยวกับการประหารชีวิตแบบปัจจุบัน โดยการฉีดยา
 
ซึ่งการประหารในแต่ละห้องนั้นจะมีเขียนอธิบายขั้นตอนแต่ละขั้นไว้
โดยละเอียดว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง บรึ๋ยๆ
 
 
ดูเสร็จทั้ง 3 ห้องแล้วก็มาลงสมุดเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์
อีกทั้งตู้บริจาคให้เราร่วมทำบุญด้วยนะ เพราะที่นี่เค้าให้เข้าฟรีจ้าาาา
 
เจ้าหน้าที่บอกว่า คุกหรือเรือนจำสมัยก่อนมีไว้เพื่อดัดสันดาน สำหรับคนที่พลาดหรือพลังไป
แต่ตอนนี้มันเกินกว่านั้นไปแล้ว กว่า 70% คนที่เข้ามาเป็นนักโทษล้วนมาจากคดียาเสพติดทั้งนั้น
แต่ก่อนผู้ต้องขังกลัวผู้คุม ตอนนี้ผู้ต้องขังเยอะเกิน จนในครั้งผู้คุมเองนี่แหละกลัวผู้ต้องขัง
 
ซึ่งเดิมนั้นเรือนจำจะแยกตามความผิด ตามอายุ ตามคดี แต่ตอนนี้ผู้ต้องขังเยอะจนต้องเรามาร่วมกันบ้าง
ทำให้คนทั่วไปมองคนที่มีคดีเพียงเล็กน้อย อย่างแค่พลั้งทำร้ายร่างกาย กลายเป็นนักโทษมหันไป
 
มีการสอนวิชาชีพและการใช้ชีวิตหลังจากออกไปจากเรือนจำ เพราะเค้าในในเรือนจำนานมาก
โลกข้างนอกก็เปลี่ยนไป มีการสอนว่าเดี่ยวนี้มีรถไฟฟ้า รถไฟใต้ดินด้วยนะ
เคยมีปล่อยนักโทษไปตอนเช้า เค้าก็หายไป พลบค่ำก็กลับมาหน้าเรือนจำ ไปไหนไม่ถูกเลย
จนเจ้าหน้าที่ก็ต้องพาไปส่งละแวกบ้าน และอีกอย่างที่น่าเศร้าไม่น้อย ญาติๆ ก็ไม่ค่อยมาดูดำดูดี
กลัวว่าคนอื่นๆ จะมองและรังเกียจตน ไม่คบค้าตน กลัวคนอื่นคิดว่าตนจะเหมือนกับญาติคนนั้น
 
และคำพูดที่เจ้าหน้าที่เตือนใจมา คือ "ก่อนทำอะไรคิดให้มั่น จะได้ไม่ต้องพลาดพลั้งไป"

Welcome to my home

posted on 30 Apr 2013 21:44 by saturn02 in Diary
Welcome to "my home"

blog นี้ก็สร้างมานานแล้ว แต่ก็เพิ่งได้ฤกษ์งามยามดีมาเขียนก็วันนี้แหละ
 
ทำไมถึงเรียกว่า "My home" 
 
นั่นก็เพราะว่า "บ้าน" เป็นสถานที่แห่งเดียวที่อยู่แล้วสบายใจ และอบอุ่นใจเสมอ
 
ไม่ว่าอยู่นอกบ้านจะเจอเรื่องแย่มากน้อยขนาดไหนก็ตาม
 
และ "บ้าน" ก็เป็นแหล่งรวมทุกสิ่งอย่างด้วย

 

edit @ 30 Apr 2013 22:03:19 by saturn02

edit @ 30 Apr 2013 22:13:21 by saturn02